onshore-student-extension

posted : 19-04-2018



  สำหรับน้องๆที่มาเรียนคอร์สภาษาอังกฤษอย่างเดียว ไม่ว่าจะ 3 เดือน 6 เดือน หรือ ปีนึงก็ตาม 
ถ้าจบคอร์สแล้วอยากต่อวีซ่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงจะมีดังต่อไปนี้ครับ

  1) เป้าหมายหลักของเรา : หลังจบคอร์สภาษาอังกฤษแล้ว โดยทั่วไปเป้าหมายของนักเรียนก็จะมีหลักๆ 2 อย่างได้แก่
(อันนี้เราพูดกันถึงเรื่องระดับของคอร์สเรียนเป็นหลัก)
 
  a) เรียนในระดับ Higher Education / Research : คือเรียนต่อในระดับตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป
ในที่นี้หมายถึง ตรี โท เอก ณ ปัจจุบัน ผู้ที่เรียนในระดับนี้สองปีขึ้นไป มีสิทธิ์ขอ Post Study Work Visa หรือวีซ่าทำงานหลังเรียนจบได้อีก 2-4 ปี
โดยจะต้องเรียนในระดับนี้สองปีขึ้นไปด้วยครับ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ในการหาในด้านที่เรียนมาหลังเรียนจบด้วยครับ
เพราะตอนนั้นก็จะมีทั้งภาษา วุฒิ เวลาและสิทธิ์ในการทำงานฟูลไทม์ การเรียนโทหลายๆที่สมัยนี้ก็มี internship
เข้ามาเป็นส่วนประกอบเพราะอยากให้นักเรียนได้งานกันจริงๆหลังจบครับ
  b) เรียนในระดับ Vocational Education and Training (VET) หรือที่เรียกกันว่าเรียนดิป
มีทั้งแบบจริงจัง และเรียนแบบเรียนไม่หนักพวกเรียนจริงจังก็เรียนใน TAFE และเอกชนที่สอนเฉพาะทาง
ส่วนถ้าเรียนไม่หนัก ปกติก็จะมีเอกชนหลายๆที่ที่เปิดสอนอยู่ครับ
ถ้าเรียนในสาขาที่ทางรัฐบาลต้องการ มีสิทธิ์ขอวีซ่าหลังเรียนจบได้อีก 1.5 ปี
ส่วนการเรียนดิปโพลมานี่ก็จะเป็นระดับวิชาชีพ จะเป็นสกิลเฉพาะทาง เช่น ทำอาหาร ทำขนม ช่างต่างๆครับ
สำหรับนักเรียนเอง ถ้าบอกเป้าหมายได้ชัดเท่าไหร่ ก็จะยิ่งง่ายขึ้นสำหรับเอเจนท์และตัวเราในการเลือกคอร์สที่เหมาะสมครับ
ดังนั้นบอกได้ตรงๆเลยว่าอยากเรียน อยากได้โท อยากเรียนทำอาหาร อยากเรียนแบบไม่หนักสบายๆ 

  2) ระดับภาษาล่าสุดเป็นอย่างไร : 
ในแต่ละรร.ที่สอนภาษาจะมีชื่อเรียกระดับภาษาต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะคล้ายๆกัน เช่น
Intermediate เทียบเท่า IELTS ที่ประมาณ 5.0
Upper Intermediate เทียบเท่า IELTS ที่ประมาณ 5.5
Advanced เทียบเท่า IELTS ประมาณ 6.0
โดยตรงนี้ก็จะใช้ในการคำนวนต่อว่าเราต้องเรียนภาษาเพิ่มมั้ย ก่อนจะต่อคอร์สในระดับถัดไปได้
บางคนภาษาผ่านอยู่แล้ว ก็เข้าไปได้เลย 
แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็จะมีการแนะนำว่าต้องทำอย่างไรต่อไป 
โดยหลักการแล้ว ภาษาจะผ่านเพื่อเข้าไปเรียนในระดับถัดไปได้ทำได้ 3 วิธีคือ
1) สอบ IELTS ให้ผ่าน : ตรงนี้จำไว้ได้ว่า IELTS เป็นเทสที่ได้รับการยอมรับมากเสมอ ไม่ว่าผลการเรียนจะเป็น  intermediate จากที่เก่า (เทียบเท่า IELTS 5.0)  แต่เราสอบมาได้ 6.5 สถาบันก็จะยึดตัว IELTS 6.5 เป็นหลักครับ
2) ทำเทสของสถาบันนั้นๆ : หลายๆสถาบันมีให้นักเรียนนัดเข้าไปทำเทสได้ เพื่อวัดผลภาษา 
ซึ่งก็จะทำให้เรารู้ว่าผ่านเข้าไปเรียนเลยมั้ย หรือต้องเรียนเพิ่มนานเท่าไหร่ก่อนเข้าคอร์สหลักได้
3) เรียนภาษาได้เลเวลที่กำหนด ตามที่สถาบันที่เราจะเรียนต่อยอมรับ เช่น มีผลภาษาจาก รร. A ที่ Upper intermediate และรร. B มีคอร์สทำอาหาร และรับผลจากรร. A ที่ Upper intermediate ก็สามารถเข้าได้เลยเช่นกัน
ส่วนในระดับ Diploma ปกติใช้ระดับภาษาแรกเข้าที่ IELTS 5.5-6.0 และจะเป็น 6.0-7.0 สำหรับคอร์สในระดับป.ตรีขึ้นไปครับ
 
  3) งบประมาณ
 : ในคอร์สหลักที่กล่าวไปในข้อ 1) จะมีงบประมาณและ intake ต่อปีดังนี้ครับ
- คอร์สป.ตรีขึ้นไป : โดยปกติในออสเตรเลียจะแบ่งออกเป็น 2 semesters (Feb , July) มีบ้างทีเปิด November
ค่าเรียนมีตั้งแต่ 22000-40000 AUD ต่อปี แล้วแต่ยูที่เลือก
โดยก้อนแรกก็จะจ่ายค่าเรียนภาษา บวกมัดจำที่ 1 semester (หรือตามที่กำหนด แต่ปกติจะไม่เกิน 1 semester) 
เช่น ค่าเรียนโท ปีละ 26000 AUD ก็จ่ายก่อน 13000 AUD หรือน้อยกว่า ตามที่ยูกำหนดไว้
- คอร์สดิปโพลมา : ถ้าดิปโพลมาแบบใน TAFE หรือเอกชนแบบเฉพาะทางที่เน้นคุณภาพ จะอยู่ที่ตั้งแต่ปีละ 12000-18000 AUD
การเรียนมักจะเเบ่งเป็น 2 semesters (Feb, July) 
ถ้าเป็นแบบชิวๆ และไม่แพง ค่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 5500-7500 AUD การเรียนมักแบ่งเป็น 4 เทอม
เทอมนึงเรียน 9 weeks หยุด 3 weeks 

  4) หลักฐานการเงิน : ด้วยกติกาที่ใช้หลัง 1 July 2016 ที่เรียกว่า SSVF 
สถาบันในออสเตรเลียจะถูกแบ่งออกเป็น 3 level ( 1,2 และ 3)
โดย 1 และ 2 ตามหน้าเวปอิมมิเกรชั่นจะบอกไว้ว่าไม่ต้องยื่นหลักฐานการเงินและหลักฐานภาษาอังกฤษ (แต่เรียกได้เสมอ)
ส่วนเลเวล 3 นั้นต้องมีทั้งผลภาษาอังกฤษ และหลักฐานการเงินที่ชัดเจนย้อนหลัง 6 เดือน
โดยทั่วไปเราก็จะแนะนำว่าแม้จะยื่นแบบเลเวล 1-2 ก็ยื่นแบบ Certificate of balance หรือ Bank guarantee ที่โชว์ยอดเงิน ณ วันนั้นๆไปด้วยก็ดีครับ (ไม่ต้องย้อนหลัง)
ส่วนถ้าเลเวล 3 ต้องมีแบบย้อนหลังด้วย 
ส่วนจำนวนเงินและต่อคอร์สที่ลงเรียนครับทั่วไปเราพูดกันว่าราวๆ 8 แสนบาทขึ้นไปก่อน แต่ก็สูงได้ถึงเป็นล้านบาทเหมือนกัน (ตรงนี้เคสบายเคส พอคุยกันแล้วจะคำนวนละเอียดให้ได้ครับ)

  นอกจากนี้รายละเอียดที่ควรเตรียมไว้ด้วยได้แก่
- วันจบคอร์สและวันหมดอายุวีซ่า
- CoE(s), Visa, Passport, Transcript,ใบจบ
- มีแผนว่าจะต้องกลับไทยมั้ยอย่างไร
ตรงนี้ถ้าจะให้ทาง Beyond Study จัดการให้สามารถติดต่อได้ทาง Office ที่ Sydney และ Melbourne หรือฟอร์มด้านล่างครับ

Beyond Study Center Bangkok (Head Office)
Tel : (+66) 2 019 0884 
Mobile : (+66) 86 011 2378 
Line ID : @beyondstudy (มี @ ด้วย)
E-mail : service@beyondstudycenter.com
เวลาทำการ: Mon-Fri 8.30 - 18.30 น.

Beyond Study Center Melbourne
Tel : (+61) 3 8648 6594
Line ID : @beyondstudy (มี @ ด้วย)
E-mail : melbourne@beyondstudycenter.com, zgamez@beyondstudycenter.com
เวลาทำการ: Mon-Fri 10.00 - 18.00 น.

Beyond Study Center Sydney
Tel : (+61) 2 8034 0098
Mobile: (+61) 43 599 6492
Line ID : @beyondstudy (มี @ ด้วย)
E-mail : sydney@beyondstudycenter.com, zgamez@beyondstudycenter.com 
เวลาทำการ: Mon-Fri 13.30 - 18.30 น.

แบบฟอร์มขอข้อมูลการต่อวีซ่าในออสเตรเลีย
https://goo.gl/forms/MF0NlHfZImMhRhwu2
 
  หลักจากติดต่อกันแล้ว ทางเราจะส่งใบเสนอราคา พร้อมรายละเอียดสถาบันให้ รวมถึงขั้นตอนการดำเนินการถัดไป
และแนะนำว่าถ้าอยู่ที่ออสเตรเลียเเล้ว ข้อดีคือเราสามารถเข้าไปดูสถาบันได้ด้วยตัวเอง ทาง Beyond Study จะสามารถนัดให้เข้าชมสถาบัน พร้อมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ให้ได้ด้วย 
ซึ่งจะทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น เพราะมีข้อมูลที่เห็นด้วยตาตัวเองครับ :) 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง